ประวัติของวิสัญญีจุฬาฯ มีรากฐานสืบเนื่องจากงานระงับความรู้สึกในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ตั้งแต่ยุคแรก ก่อนพัฒนาเป็นหน่วยงานอิสระ เป็นแหล่งฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง และมีบทบาทในงานบริการ การศึกษา การวิจัย และการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพของประเทศ ความเป็นมานี้เชื่อมโยงทั้งกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งร่วมกันสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยและการสร้างบุคลากรทางการแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง [1,3,4]
หมุดหมายการก่อตั้งที่สำคัญมีสองช่วง ได้แก่ พ.ศ. 2505 ซึ่งแยกเป็นแผนกวิสัญญีของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 ซึ่งสถาปนาแผนกวิสัญญีวิทยาในคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ การแยกสองเหตุการณ์นี้ช่วยให้เข้าใจพัฒนาการของฝ่ายบริการในโรงพยาบาลและภาควิชาในมหาวิทยาลัยได้ตรงตามบริบทของแต่ละยุค [1]
อ่านตามหัวข้อ
รากฐานของงานระงับความรู้สึกในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เปิดให้บริการใน พ.ศ. 2457 โดยมีจุดมุ่งหมายเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว งานระงับความรู้สึกเติบโตควบคู่กับงานผ่าตัด ในระยะแรกยังเป็นส่วนหนึ่งของงานศัลยกรรม โดยศัลยแพทย์รุ่นเยาว์มักรับหน้าที่ให้ยาระงับความรู้สึก ขณะที่ศัลยแพทย์อาวุโสเป็นผู้ทำการผ่าตัด [1,3,4,6]
บทความประวัติศาสตร์วิสัญญีวิทยาในประเทศไทยระบุว่า การดำเนินงานของโรงพยาบาลในระยะแรกมีความเกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหม แพทย์หลายท่านจึงเป็นนายทหาร ในบรรดาผู้ปฏิบัติงานด้านการระงับความรู้สึกมีหลวงประจักษ์เวชสิทธิ์ (ชุ่ม จิตร์เมตตา) หลวงสินสิริแพทย์ (สิน เผื่อนปฐม) หลวงฉัตรพลรักษ์ (ฉัตร พงศ์ศักดิ์) และร้อยเอกเพี้ยน สิงหชัย รายชื่อเหล่านี้เป็นหลักฐานของงานวิสัญญีในโรงพยาบาลก่อนมีการตั้งแผนกอิสระหลายทศวรรษ [2 หน้า 163–164]
หลักฐานทางวิชาการอีกชิ้นหนึ่งคือรายงานเกี่ยวกับการใช้อีเทอร์ในผู้ป่วยที่เป็นใบ้ชั่วคราว นิพนธ์โดยนายพันตรีหลวงศักดาพลรักษ์ ตีพิมพ์ในจดหมายเหตุทางการแพทย์ของสภากาชาดสยาม พ.ศ. 2461 บทความประวัติศาสตร์และวิดีโอที่บันทึกความเป็นมาของวิสัญญีจุฬาฯ กล่าวถึงรายงานนี้ในฐานะงานเขียนวิสัญญีวิทยายุคแรกของประเทศไทย สะท้อนว่าการปฏิบัติงานและการบันทึกองค์ความรู้ทางวิชาการดำเนินควบคู่กันมาตั้งแต่ต้น [2 หน้า 164 และ 169; 3 เวลา 01:18–01:35; 4 เวลา 02:59–03:32]

บริบทของสงครามและข้อจำกัดทางการแพทย์
พัฒนาการของวิสัญญีในระยะก่อนการก่อตั้งแผนกต้องเผชิญข้อจำกัดทั้งด้านบุคลากร ยา เวชภัณฑ์ และสถานที่ บทความประวัติศาสตร์วิสัญญีวิทยาในประเทศไทยกล่าวถึงผลกระทบจากกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศสและสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งทำให้ยาระงับความรู้สึกขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น โรงพยาบาลต่าง ๆ ต้องปรับวิธีการระงับความรู้สึกให้เหมาะกับทรัพยากรที่มี และผู้ป่วยบางส่วนสูญเสียโอกาสได้รับการผ่าตัดตามกำหนด เรื่องราวเหล่านี้เป็นบริบทของวิสัญญีไทยโดยรวม [2 หน้า 165–168]
สำหรับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ บทความระบุว่าหลังสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรขอใช้พื้นที่บางส่วนของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และโรงพยาบาลกลางเป็นสถานพยาบาล เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนการขยายบทบาทของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นโรงเรียนแพทย์ในเวลาต่อมา [2 หน้า 168]
การเป็นโรงเรียนแพทย์และการพัฒนาวิสัญญีสมัยใหม่
เมื่อมีการจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ใน พ.ศ. 2490 และเปิดการเรียนการสอนเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2490 โรงพยาบาลมีบทบาททั้งด้านการรักษาพยาบาลและการผลิตแพทย์ งานวิสัญญีในช่วงนั้นยังอยู่ภายใต้แผนกศัลยศาสตร์ แต่ความต้องการบุคลากรที่มีความชำนาญเฉพาะด้านเพิ่มขึ้นตามความก้าวหน้าของการผ่าตัด [1,4 เวลา 05:58–06:11; 7]

บุคคลสำคัญในช่วงการวางรากฐาน ได้แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์นิยม ฉิมะวงษ์ ซึ่งวิดีโอประวัติระบุว่าเป็นหัวหน้าหมวดวิสัญญีท่านแรก และศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ศริพร วณิเกียรติ ผู้มีบทบาทในการพัฒนาการระงับความรู้สึกสำหรับการผ่าตัดหัวใจ โดยใน พ.ศ. 2502 ท่านให้ยาระงับความรู้สึกสำหรับการผ่าตัดหัวใจที่ใช้เครื่องปอดหัวใจเทียม ความก้าวหน้าดังกล่าวทำให้งานวิสัญญีต้องพัฒนาทั้งองค์ความรู้ เทคนิค และการดูแลสรีรวิทยาของผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนมากขึ้น [3 เวลา 01:55–02:23; 4 เวลา 06:21–06:35; 8]

การแยกเป็นแผนกวิสัญญีของโรงพยาบาลใน พ.ศ. 2505
ใน พ.ศ. 2505 หน่วยวิสัญญีได้แยกออกจากแผนกศัลยศาสตร์เป็นแผนกวิสัญญี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ประวัติของภาควิชาระบุว่าเป็นแผนกวิสัญญีแห่งแรกในประเทศไทย มีวิสัญญีแพทย์ประจำ 11 คน และในระยะแรกมีที่ทำการอยู่ภายในห้องผ่าตัด [1]
การเป็นแผนกอิสระทำให้การจัดบุคลากรและการพัฒนางานระงับความรู้สึกมีฐานการดำเนินงานที่ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันยังคงทำงานใกล้ชิดกับศัลยแพทย์ พยาบาล และทีมรักษาในสาขาต่าง ๆ ปี พ.ศ. 2505 จึงเป็นปีตั้งต้นที่ใช้ในการนับวาระครบรอบของฝ่ายวิสัญญีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมทั้งวาระครบรอบ 60 ปีใน พ.ศ. 2565 [1,3]

การสถาปนาแผนกวิชาในมหาวิทยาลัยใน พ.ศ. 2508
การจัดตั้งหน่วยงานทางวิชาการอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2508 โดยศาสตราจารย์นายแพทย์หม่อมหลวงเกษตร สนิทวงศ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ดำเนินการแยกหน่วยวิสัญญีวิทยาออกจากแผนกศัลยศาสตร์ ด้วยแนวคิดว่าโรงพยาบาลและโรงเรียนแพทย์ควรมีแผนกวิสัญญีวิทยาที่เป็นอิสระเพื่อรองรับมาตรฐานการแพทย์สากล [1]
มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับหลักการให้แยกหน่วยวิชาวิสัญญีวิทยา เปิดทางให้คณะแพทยศาสตร์ทั้งสามแห่งในขณะนั้นจัดตั้งแผนกวิสัญญีวิทยาได้ ตามประวัติที่ภาควิชาบันทึกไว้ มีการตราพระราชกฤษฎีกาเพิ่มแผนกวิชาในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พ.ศ. 2508 และแผนกวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้รับการสถาปนาตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 ซึ่งเป็นวันถัดจากการประกาศในราชกิจจานุเบกษา [1]
การวางระบบการเรียนการสอนและฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง
ภายหลังการก่อตั้งแผนก ประเทศไทยยังขาดแคลนวิสัญญีแพทย์อย่างมาก แผนกจึงฝึกฝนแพทย์ที่สนใจให้มีความรู้และทักษะสำหรับปฏิบัติงานด้านวิสัญญี การถ่ายทอดความรู้จากการทำงานกับอาจารย์ค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ระบบการศึกษาที่มีโครงสร้างชัดเจน [1]
ใน พ.ศ. 2510 ศาสตราจารย์นายแพทย์นิยม ฉิมะวงษ์ และศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ศริพร วณิเกียรติ ริเริ่มการบรรยายอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการอภิปรายปัญหาผู้ป่วยให้แก่แพทย์ผู้เรียน ซึ่งในระยะแรกมีเพียงสามคน การสอนที่เชื่อมความรู้ทางทฤษฎีกับปัญหาจริงของผู้ป่วยเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาหลักสูตรในระยะต่อมา [1]
ในปีเดียวกัน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โอนจากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์มาสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2510 หน่วยงานวิสัญญีจึงดำเนินบทบาทด้านการศึกษาในบริบทของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ควบคู่กับงานบริการของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย [7]
พ.ศ. 2516 เป็นหมุดหมายของการเปิดฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาวิสัญญีวิทยาอย่างเป็นทางการ รวมทั้งมีหลักสูตรแพทย์หลังปริญญาเพื่อประกาศนียบัตรชั้นสูงทางคลินิก สาขาวิสัญญีวิทยา ของบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากจุดเริ่มต้นของผู้เรียนจำนวนไม่มาก ภาควิชาได้พัฒนาเป็นแหล่งผลิตวิสัญญีแพทย์เพื่อปฏิบัติงานในระบบสุขภาพของประเทศ [1]

บทบาทต่อองค์กรวิชาชีพและมาตรฐานวิสัญญีไทย
การเติบโตของวิสัญญีจุฬาฯ ดำเนินควบคู่กับการรวมตัวของวิสัญญีแพทย์ในระดับประเทศ ศาสตราจารย์นายแพทย์นิยม ฉิมะวงษ์ และศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ศริพร วณิเกียรติ ร่วมกับแพทย์จากสถาบันอื่นริเริ่มก่อตั้งสมาคมวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทยใน พ.ศ. 2513 ประวัติราชวิทยาลัยระบุการประชุมเพื่อวางแนวทางจัดตั้งเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2513 และการประชุมใหญ่ครั้งแรกใน พ.ศ. 2514 ก่อนพัฒนาเป็นวิทยาลัยและได้รับการสถาปนาเป็นราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2535 [3,4; 5 หน้า 14; 11]
คณาจารย์ของภาควิชามีส่วนร่วมในงานมาตรฐานวิชาชีพ จริยธรรม และการบริหารองค์กรวิชาชีพหลายสมัย ตัวอย่างผู้ที่มีบทบาทนำ ได้แก่ แพทย์หญิงเพลินศรี จารุวร ในฐานะนายกสมาคมวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทย ตลอดจนแพทย์หญิงปกจิตต์ ประมวญ แพทย์หญิงคุณหญิงวรรณา สมบูรณ์วิบูลย์ นายแพทย์สมรัตน์ จารุลักษณานันท์ นายแพทย์เทวารักษ์ วีระวัฒกานนท์ และนายแพทย์รื่นเริง ลีลานุกรม ซึ่งมีบทบาทเป็นประธานราชวิทยาลัยในเวลาต่างกัน นอกจากนี้ยังมีบทบาทในองค์กรวิชาชีพด้านความปวด เวชบำบัดวิกฤต และการระงับความรู้สึกเฉพาะส่วน [5 หน้า 15; 6,13]
ในด้านการบริหารการศึกษา ศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ศริพร วณิเกียรติ ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใน พ.ศ. 2520 โดยวารสารครบรอบ 60 ปีระบุว่าเป็นวิสัญญีแพทย์ท่านแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ สะท้อนบทบาทของบุคลากรวิสัญญีที่ขยายจากการพัฒนาสาขาวิชาไปสู่การบริหารโรงเรียนแพทย์ [4 เวลา 06:21–06:35; 5 หน้า 15; 8]
การร่วมพัฒนาศัลยกรรมซับซ้อนและการปลูกถ่ายอวัยวะ
ความสำเร็จของการผ่าตัดซับซ้อนในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายสาขาวิชาชีพ ทีมวิสัญญีมีบทบาทในการประเมินและเตรียมผู้ป่วย ให้ยาระงับความรู้สึก เฝ้าระวังและประคับประคองการทำงานของอวัยวะสำคัญ ตลอดจนร่วมดูแลระยะหลังผ่าตัด พัฒนาการทางศัลยกรรมจึงสัมพันธ์กับการเพิ่มขีดความสามารถของงานวิสัญญีมาโดยตลอด [3,4,6]
ใน พ.ศ. 2515 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ดำเนินการปลูกถ่ายไตรายแรกของประเทศไทย วารสารครบรอบ 60 ปีบันทึกชื่อแพทย์หญิงพนิตา เภกะนันท์ และแพทย์หญิงศรีสง่า มัลลิกะมาส ในงานวิสัญญีครั้งนั้น ต่อมาใน พ.ศ. 2530 มีการปลูกถ่ายตับและหัวใจรายแรกของประเทศ โดยระบุแพทย์หญิงการุณพันธุ์ สุรพงศ์ ในงานปลูกถ่ายหัวใจ และแพทย์หญิงอรนุช เกี่ยวข้อง ร่วมกับแพทย์หญิงสุปราณี นิรุตติศาสน์ ในงานปลูกถ่ายตับ เหตุการณ์เหล่านี้อาศัยการประสานงานของทีมหลายสาขาอย่างรอบด้าน [3 เวลา 03:23–03:45; 5 หน้า 16; 9]

อีกเหตุการณ์หนึ่งคือการผ่าตัดแยกแฝดที่มีร่างกายติดกันบริเวณเชิงกรานใน พ.ศ. 2525 ตามบันทึกของหอประวัติคณะแพทยศาสตร์ ขณะที่วิดีโอประวัติวิสัญญีจุฬาฯ กล่าวถึงบทบาทของฝ่ายในการดูแลการผ่าตัดแยกแฝดสยามด้วย เหตุการณ์นี้แสดงถึงการทำงานของทีมหลายสาขาในการดูแลผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนเป็นพิเศษ [5 หน้า 16; 3 เวลา 03:45–03:56; 4 เวลา 08:12–08:26; 10]
ขอบเขตงานระงับความรู้สึกยังขยายตามเทคนิคการผ่าตัดและการวินิจฉัยใหม่ วารสารครบรอบ 60 ปีบันทึกการให้ยาระงับความรู้สึกสำหรับการผ่าตัดด้วยเลเซอร์ใน พ.ศ. 2516 การผ่าคลอดเด็กหลอดแก้วรายแรกของประเทศไทยใน พ.ศ. 2530 โดยแพทย์หญิงอุไร บุญรักษ์ และการให้ยาระงับความรู้สึกสำหรับการตรวจด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอใน พ.ศ. 2536 รวมถึงการพัฒนาเทคนิคแยกการระบายอากาศของปอดและการเฝ้าระวังระบบประสาทระหว่างผ่าตัด [5 หน้า 16]
การพัฒนาสถานที่ทำการและคลินิกเฉพาะทาง
จากที่ทำการระยะแรกซึ่งอยู่ในห้องผ่าตัด ฝ่ายวิสัญญีวิทยาพัฒนาพื้นที่ดำเนินงานตามการขยายตัวของโรงพยาบาล อาคารสิรินธรเปิดใน พ.ศ. 2524 เป็นทั้งอาคารผ่าตัดและที่ทำการของฝ่ายศัลยศาสตร์กับฝ่ายวิสัญญีวิทยา ต่อมาใน พ.ศ. 2530 มีการจัดตั้งคลินิกฝังเข็ม และเมื่ออาคาร ภปร เปิดใน พ.ศ. 2532 คลินิกระงับความปวดและคลินิกฝังเข็มมีสถานที่ตั้งบริเวณชั้น 10 ของอาคาร [5 หน้า 14]
การย้ายที่ทำการในระยะหลังเกิดขึ้นสองช่วงสำคัญ คือ พ.ศ. 2561 ย้ายจากอาคารสิรินธรไปยังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ และ พ.ศ. 2564 ย้ายจากอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ไปยังชั้น 9 อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ ลำดับนี้เป็นประวัติของที่ทำการฝ่าย ส่วนบริการทางวิสัญญีดำเนินงานร่วมกับพื้นที่รักษาและห้องผ่าตัดของโรงพยาบาล [5 หน้า 14–15]
การขยายงานการศึกษา การวิจัย และบริการเฉพาะด้าน
ภารกิจการศึกษาของภาควิชาครอบคลุมการสอนนิสิตแพทย์และการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ในระยะต่อมารวมถึงการใช้สถานการณ์จำลองและศูนย์ฝึกทักษะเสมือนจริง เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะทางคลินิก การตัดสินใจ และการทำงานเป็นทีม ควบคู่กับการเรียนรู้จากการดูแลผู้ป่วย [3 เวลา 04:36–04:55; 4 เวลา 10:53–11:05]

ด้านวิชาการ คณาจารย์มีส่วนร่วมในการสร้างงานวิจัยและเผยแพร่ความรู้ตั้งแต่ระยะแรกของวารสารวิสัญญี โดยวิดีโอประวัติกล่าวถึงผลงานของแพทย์หญิงเพลินศรี จารุวร ต่อมาภาควิชาเข้าร่วมงานวิจัยแบบหลายสถาบันและเครือข่ายวิจัยระดับประเทศ รวมถึงโครงการ THAI Study และ PAAd Thai ซึ่งมุ่งศึกษาผลลัพธ์และเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการระงับความรู้สึก เพื่อพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย [3 เวลา 02:55–03:20 และ 05:22–05:36; 4 เวลา 09:33–10:05; 6]

ขอบเขตบริการและองค์ความรู้ขยายไปสู่การระงับปวด เวชบำบัดวิกฤต การระงับความรู้สึกเฉพาะส่วน และการใช้อัลตราซาวนด์ ณ จุดดูแลผู้ป่วย ตลอดจนพัฒนาเครื่องมือเฝ้าระวังระหว่างการระงับความรู้สึกให้สอดคล้องกับความซับซ้อนของการรักษา การพัฒนาเหล่านี้เชื่อมงานบริการกับการสอนและการวิจัยอย่างใกล้ชิด [3 เวลา 04:55–05:12; 4 เวลา 08:01–08:11 และ 10:33–10:50 และ 12:21–12:37]
การดูแลผู้ป่วยรอบการผ่าตัดและบทบาทในภาวะวิกฤต
ใน พ.ศ. 2563 มีการเปิด COACH Clinic หรือ Chulalongkorn peri-Operative Anesthetic Care and preHabilitation Clinic เพื่อประเมินและเตรียมความพร้อมของผู้ป่วยก่อนการผ่าตัดและการระงับความรู้สึก โดยข้อมูลใน พ.ศ. 2565 ระบุว่ามุ่งดูแลผู้ป่วยที่มีโรคซับซ้อนเป็นสำคัญ บริการนี้เชื่อมกับการดูแลระหว่างผ่าตัด ห้องพักฟื้น งานระงับปวด และการประสานงานกับหอผู้ป่วยวิกฤตทางศัลยกรรม [1; 5 หน้า 15 และ 17]
ประวัติที่ศาสตราจารย์นายแพทย์สมรัตน์ จารุลักษณานันท์ ถ่ายทอดใน MDCU TALK 5 กล่าวถึงการร่วมปฏิบัติงานเมื่อเกิดอุบัติภัยแก๊สระเบิด การอาสาช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิของแพทย์และพยาบาล ตลอดจนการให้บริการด้วยหลักมนุษยธรรมในช่วงความขัดแย้งทางการเมือง บทบาทเหล่านี้แสดงให้เห็นการนำทักษะด้านการดูแลผู้ป่วยและการจัดการภาวะวิกฤตออกไปใช้ในสถานการณ์นอกงานผ่าตัดตามปกติ [4 เวลา 11:18–12:02]

ในช่วงการระบาดของโควิด 19 ภาควิชามีการปรับตัวและพัฒนานวัตกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ วิดีโอ MDCU TALK ซึ่งเผยแพร่ใน พ.ศ. 2563 กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมทางวิสัญญีสำหรับการรักษาด้วยโปรตอน และวารสารครบรอบ 60 ปีใน พ.ศ. 2565 บันทึกการให้ยาระงับความรู้สึกในผู้ป่วยที่มารับการรักษาด้วยอนุภาคโปรตอนแล้ว พัฒนาการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขยายบริการวิสัญญีไปยังการรักษาที่อยู่นอกห้องผ่าตัดแบบดั้งเดิม [4 เวลา 12:21–13:19; 5 หน้า 16]
งานเพื่อสังคมยังรวมถึงการออกหน่วยผ่าตัดแก้ไขปากแหว่งเพดานโหว่และความพิการอื่นร่วมกับสภากาชาดไทยและมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม โดยมีทีมวิสัญญีแพทย์และพยาบาลร่วมดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล วารสารใน พ.ศ. 2565 บันทึกบทบาทของศาสตราจารย์นายแพทย์รื่นเริง ลีลานุกรมและทีมจิตอาสา รวมทั้งการเปิดโอกาสให้แพทย์ประจำบ้านร่วมเรียนรู้การทำงานภายใต้ทรัพยากรจำกัด [12 หน้า 12–13]
วาระครบรอบ 60 ปีฝ่ายวิสัญญีวิทยาใน พ.ศ. 2565
ใน พ.ศ. 2565 ฝ่ายวิสัญญีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ครบรอบ 60 ปีนับจากการก่อตั้งแผนกอิสระใน พ.ศ. 2505 วาระนี้เป็นโอกาสทบทวนผลงานของบูรพาจารย์ วิสัญญีแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทุกฝ่าย ตั้งแต่การวางรากฐานบริการ การพัฒนาระบบฝึกอบรม ไปจนถึงการร่วมดูแลการผ่าตัดซับซ้อนและการสร้างองค์ความรู้เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย [1,3]
ความต่อเนื่องของงานเกิดจากการร่วมมือของวิสัญญีแพทย์ แพทย์ประจำบ้าน วิสัญญีพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และบุคลากรสนับสนุน ตั้งแต่การเตรียมผู้ป่วยและอุปกรณ์ การปฏิบัติงานในห้องผ่าตัด ไปจนถึงการดูแลในห้องพักฟื้นและการระงับปวดหลังผ่าตัด บทบาทของทีมเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของพัฒนาการของฝ่ายตลอดหกทศวรรษ [3 เวลา 03:56–04:05; 5 หน้า 17]
ตลอดพัฒนาการดังกล่าว ภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และฝ่ายวิสัญญีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีภารกิจที่เกื้อหนุนกัน การรักษาพยาบาลสร้างประสบการณ์และโจทย์วิชาการ การศึกษาสร้างบุคลากรรุ่นต่อไป และการวิจัยนำไปสู่การปรับปรุงการดูแลผู้ป่วย ประวัติของวิสัญญีจุฬาฯ จึงเป็นทั้งประวัติของหน่วยงาน ประวัติการสร้างวิชาชีพ และส่วนหนึ่งของพัฒนาการทางการแพทย์ของประเทศไทย [3,4,6]
ลำดับเหตุการณ์สำคัญ
ใช้ พ.ศ. 2505 เป็นปีตั้งแผนกของโรงพยาบาล และวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 เป็นวันสถาปนาแผนกวิชาในมหาวิทยาลัย เหตุการณ์ของโรงพยาบาลและองค์กรวิชาชีพแสดงไว้เพื่ออธิบายบริบทที่เกี่ยวข้อง
-
พ.ศ. 2457
รากฐานบริการในโรงพยาบาล
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เปิดให้บริการ งานระงับความรู้สึกดำเนินควบคู่กับการผ่าตัดในบริบทของศัลยศาสตร์ [1,3]
-
พ.ศ. 2461
หลักฐานวิชาการยุคแรก
ตีพิมพ์รายงานของนายพันตรีหลวงศักดาพลรักษ์เกี่ยวกับการใช้อีเทอร์ในผู้ป่วยเป็นใบ้ชั่วคราว [2 หน้า 164 และ 169]
-
ช่วงสงครามโลก
ครั้งที่สองการปรับตัวภายใต้ข้อจำกัด
วิสัญญีไทยเผชิญการขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์ หลังสงครามฝ่ายสัมพันธมิตรใช้พื้นที่บางส่วนของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ [2 หน้า 165–168]
-
พ.ศ. 2490
โรงเรียนแพทย์แห่งใหม่
จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และเปิดการเรียนการสอน 11 มิถุนายน [1,4,7]
-
พ.ศ. 2502
วิสัญญีสำหรับผ่าตัดหัวใจ
ศริพร วณิเกียรติ ให้ยาระงับความรู้สึกในการผ่าตัดหัวใจที่ใช้เครื่องปอดหัวใจเทียม [3 เวลา 02:11–02:23]
-
พ.ศ. 2505
แผนกวิสัญญีของโรงพยาบาล
แยกเป็นแผนกอิสระจากศัลยศาสตร์ มีวิสัญญีแพทย์ประจำ 11 คน ที่ทำการแรกอยู่ในห้องผ่าตัด [1]
-
13 พฤศจิกายน
2508สถาปนาแผนกวิชา
จัดตั้งแผนกวิสัญญีวิทยาในคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ [1]
-
พ.ศ. 2510
เริ่มการสอนอย่างเป็นระบบ
นิยม ฉิมะวงษ์ และศริพร วณิเกียรติ จัดบรรยายและอภิปรายผู้ป่วยให้แก่แพทย์ผู้เรียนระยะแรกสามคน [1]
-
25 ตุลาคม
2510โอนสังกัดมหาวิทยาลัย
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โอนมาสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [7]
-
พ.ศ. 2513
ร่วมพัฒนาองค์กรวิชาชีพ
มีบทบาทในการก่อตั้งสมาคมวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทย [1,3,4]
-
พ.ศ. 2515
ปลูกถ่ายไตรายแรกของไทย
ทีมวิสัญญีร่วมดูแลการปลูกถ่ายไตของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ [3,6,9]
-
พ.ศ. 2516
ฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน
เปิดการฝึกอบรมสาขาวิสัญญีวิทยาอย่างเป็นทางการ และมีหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงทางคลินิก [1]
-
พ.ศ. 2516
วิสัญญีสำหรับการผ่าตัดด้วยเลเซอร์
พัฒนาการระงับความรู้สึกเพื่อรองรับการผ่าตัดด้วยเลเซอร์ [5 หน้า 16]
-
พ.ศ. 2520
วิสัญญีแพทย์เป็นคณบดี
ศริพร วณิเกียรติ ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [5 หน้า 15; 8]
-
พ.ศ. 2524
อาคารสิรินธร
เปิดอาคารผ่าตัดและที่ทำการฝ่ายศัลยศาสตร์กับฝ่ายวิสัญญีวิทยา [5 หน้า 14]
-
พ.ศ. 2525
แยกแฝดติดกันบริเวณเชิงกราน
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ดำเนินการผ่าตัดซับซ้อนด้วยทีมหลายสาขา [3,4; 5 หน้า 16; 10]
-
พ.ศ. 2530
ปลูกถ่ายตับและหัวใจ
ทีมวิสัญญีร่วมดูแลการปลูกถ่ายตับและหัวใจรายแรกของประเทศไทย [3,6,9]
-
พ.ศ. 2530
คลินิกฝังเข็ม
จัดตั้งคลินิกฝังเข็มของฝ่ายวิสัญญีวิทยา [5 หน้า 14]
-
พ.ศ. 2530
ผ่าคลอดเด็กหลอดแก้ว
ให้ยาระงับความรู้สึกในการผ่าคลอดเด็กหลอดแก้วรายแรกของประเทศไทย [5 หน้า 16]
-
พ.ศ. 2532
คลินิกในอาคาร ภปร
เปิดอาคาร ภปร ซึ่งมีคลินิกระงับปวดและฝังเข็มบริเวณชั้น 10 [5 หน้า 14]
-
16 มิถุนายน
2535ราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์
วิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทยได้รับการสถาปนาเป็นราชวิทยาลัย [11]
-
พ.ศ. 2536
วิสัญญีสำหรับการตรวจเอ็มอาร์ไอ
เริ่มให้ยาระงับความรู้สึกแก่ผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจเอ็มอาร์ไอ [5 หน้า 16]
-
พ.ศ. 2561
ย้ายที่ทำการไปภูมิสิริมังคลานุสรณ์
ย้ายจากอาคารสิรินธรไปอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ [5 หน้า 14]
-
พ.ศ. 2563
COACH Clinic
เปิดคลินิกดูแลผู้ป่วยรอบการผ่าตัดแบบครบวงจร [1; 5 หน้า 15 และ 17]
-
พ.ศ. 2563
การปรับตัวในยุคโควิด 19
MDCU TALK บันทึกการพัฒนานวัตกรรมและการเตรียมความพร้อมสำหรับบริการใหม่ในช่วงการระบาด [4 เวลา 12:21–13:19]
-
พ.ศ. 2564
ย้ายที่ทำการไปรัตนวิทยาพัฒน์
ย้ายจากอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ไปชั้น 9 อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ [5 หน้า 15]
-
พ.ศ. 2565
ครบรอบ 60 ปีฝ่ายวิสัญญีวิทยา
นับจากการตั้งแผนกอิสระของโรงพยาบาลใน พ.ศ. 2505 [1,3]
-
พ.ศ. 2565
วิสัญญีสำหรับการรักษาด้วยโปรตอน
บันทึกการให้ยาระงับความรู้สึกแก่ผู้ป่วยที่มารับการรักษาด้วยอนุภาคโปรตอน [5 หน้า 16]
เอกสารและแหล่งข้อมูลอ้างอิง
- [1] ภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประวัติภาควิชาและ timeline
ประวัติภาควิชาฉบับย่อและลำดับเหตุการณ์จากหน้า History ฉบับเดิม ตรวจสอบ 11 กันยายน 2569
- [2] สมรัตน์ จารุลักษณานันท์ และพรอรุณ เจริญราช ประวัติศาสตร์วิสัญญีวิทยาในประเทศไทย ยุคสงคราม
วิสัญญีสาร 2556;39(3):163–169
- [3] ติดจอ ฬ จุฬา วิสัญญี จุฬาฯ ก่อร่างสร้างฐาน
เผยแพร่ 15 กันยายน 2565 ความยาวประมาณ 6 นาที 20 วินาที
- [4] MED CHULA CHANNEL MDCU TALK 5 MDCU KCMH A Century of Resilience โดย ศ นพ สมรัตน์ จารุลักษณานันท์
เผยแพร่ 29 ตุลาคม 2563 ความยาวประมาณ 13 นาที 42 วินาที
- [5] ฝ่ายวิสัญญีวิทยา 60 ปีวิสัญญีจุฬาฯ วารสาร ฬ ฉบับกันยายน 2565
วารสาร ฬ ปีที่ 7 ฉบับที่ 78 กันยายน 2565 หน้า 14–17
- [6] โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฝ่ายวิสัญญีวิทยา
ประวัติ ผลงาน และภารกิจของฝ่าย ตรวจข้อมูล 11 กันยายน 2569
- [7] คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประวัติและวิสัยทัศน์ และหอประวัติคณะแพทยศาสตร์
วันโอนสังกัด 25 ตุลาคม 2510 ตรวจประกอบกับ https://bodyandsoul.md.chula.ac.th/th/milestones/detail/5083
- [8] หอประวัติคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศริพร วณิเกียรติ
ใช้ตรวจตัวสะกดชื่อบุคคล
- [9] โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ
ใช้ตรวจปีการปลูกถ่ายไต ตับ และหัวใจ
- [10] หอประวัติคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บันทึกการผ่าตัดแยกแฝดติดกันบริเวณเชิงกราน
ใช้ตรวจปี พ.ศ. 2525 และประเภทของแฝด
- [11] ราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทย ประวัติความเป็นมา
การริเริ่มสมาคมและวันสถาปนาราชวิทยาลัย 16 มิถุนายน 2535
- [12] รื่นเริง ลีลานุกรม พรรณิกา วรผลึก สุปรีดา ดาวกระจ่าง และธนภรณ์ ดอกแขมกลาง ทีมวิสัญญีแพทย์พยาบาลจิตอาสา
วารสาร ฬ ปีที่ 7 ฉบับที่ 78 กันยายน 2565 หน้า 12–13
- [13] คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งานเชิดชูเกียรติบุคลากรประจำปี 2567
ใช้ตรวจชื่อและคำยกย่อง คุณหญิงวรรณา สมบูรณ์วิบูลย์